รีวิวแว๊กซ์คิ้วอย่างเป็นธรรมชาติ กับ Zense Brows

สวัสดีค่า วันนี้จะมาลองรีวิวแว๊กซ์คิ้วที่ร้าน เซ้นส์ บราวส์ค่ะ มาลองที่นี่เพราะเห็นว่าเค้ามีช่างแต่งหน้ามืออาชีพคอยบริการออกแบบคิ้วให้ก่อนที่จะทำการแว๊กซ์จริงโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม คิดว่าก็น่าจะดีกว่าการแว๊กซ์คิ้วทั่วๆไปที่ชอบใช้บล๊อครูปแบบเดียวกันเขียนคิ้ว เพราะเราว่าบางทีมันก็ดูเยอะไป ไม่ค่อยเป็นธรรมชาติเท่าไหร่ค่ะ

ร้านนี้ไม่ได้อยู่ในห้างนะคะ แต่เป็นร้านในคอนโด ติดกับรถไฟฟ้าสะพานควายค่ะ เรามารถไฟฟ้าพอลงทางออกที่สามแล้วก็จะมองเห็นป้ายร้านจากรถไฟฟ้าเลย เดินไม่ไกล ร้านหาง่ายมากๆค่ะ คือจะมีประตูทางเดินเข้าตรงเข้าไปในคอนโด The Editor ก็จะเห็นทางเข้าร้านแล้วก็เดินตรงเข้าไปได้เลยค่ะ

พอเดินเข้ามาในร้านก็จะให้อารมณ์เหมือนร้านบิวตี้ที่ใช้โทนไม้และขาว ดูสะอาดสะอ้านดีค่ะ ขึ้นไปชั้น 2 ก็จะเจอเคาเตอร์ลงทะเบียนตามที่จองคิวไว้ (ร้านนี้ต้องจองคิวก่อนเข้ามารับบริการนะคะ) ตอนใช้บริการครั้งแรกก็ต้องกรอกรายละเอียดเยอะหน่อย เค้าจะได้รู้ประวัติทั้งเรื่องสุขภาพเพื่อให้มั่นใจว่าสามารถใช้บริการแว๊กซ์ได้ และมีการเก็บประวัติการแว๊กซ์แต่ละครั้งไว้ด้วยค่ะว่าเราชอบไม่ชอบแบบไหน ครั้งต่อไปจะได้รับบริการได้เร็วขึ้นค่ะ

เสร็จกระบวนการลงทะเบียนแล้วก็จะมีพี่ช่างแต่งหน้าออกมาอธิบายขั้นตอนคร่าวๆให้ฟังก่อน แล้วก็พาเข้าห้องค่ะ ซึ่งห้องแว๊กซ์ของที่นี่จะเป็นห้องเดี่ยวๆ มีม่านกั้นแต่ละห้องเพื่อความเป็นส่วนตัว โดยช่างจะให้เรานอนบนเก้าอี้ปรับนอนได้ (มีหมอนกับผ้าห่มให้ด้วย ฮิฮิ)

พอเข้าที่แล้วเริ่มจากการทำความสะอาด เช็คเครื่องสำอางค์บริเวณรอบๆคิ้วและตาก่อน แล้วพี่เค้าจะดูโครงหน้าของเรา แนะนำว่าคิ้วแบบใดที่เหมาะสม มีสอบถามกันก่อนว่าเราชอบไม่ชอบแบบไหนเป็นพิเศษไหม จากนั้นก็ลงมือเขียนคิ้วค่ะ

อารมณ์จะเหมือนตอนเขียนคิ้วเพื่อแต่งหน้า ซึ่งขั้นตอนนี้จะใช้การวาดโครงคิ้วโดยไม่ใช้บล๊อคเลยค่ะ โดยการเขียนพี่เค้าแจ้งว่าจะต้องวาดให้เส้นมีความหนาออกมากว่าโครงคิ้วที่จะแว๊กซ์จริงอีกนิด เพื่อเตรียมเผื่อการแว๊กซ์ค่ะ

เมื่อได้โครงคิ้วที่เราพอใจแล้ว ก็จะเข้ากระบวนการแว๊กซ์ค่ะ แต่ก่อนจะลงแว๊กซ์ที่หน้าได้พี่เค้าจะทำการทดสอบก่อนว่าอุณหภูมิโอเคไหม ผิวเรามีปฎิกิริยาอะไรหรือเปล่า โดยการเอาแว๊กซ์มาทดลองทาที่แขนเราก่อนค่ะ ถ้าผ่านก็เป็นอันใช้ได้ ซึ่งของเราไม่มีปัญหาอะไร ก็ลงมือแว๊กซ์ได้เลยค่ะ

ตัวแว๊กซ์ของที่นี่พี่เค้าแจ้งว่าเป็นแว๊กซ์ร้อนค่ะ คือครีมที่ใช้แว๊กซ์จะเซ็ตตัวเองได้เลย ไม่ต้องใช้ผ้าสตริป ซึ่งจะใช้ในการแว๊กซ์บริเวณเล็กๆที่ต้องใช้ความละเอียดสูงได้ดีกว่าค่ะ ตอนแรกเราก็แอบกังวลว่าจะร้อนหรือเจ็บไหม แต่ปรากฎว่าเมื่อทาครีมแว๊กซ์ลงไปแล้วจะรู้สึกแค่อุ่นๆค่ะ รอแป๊บเดียวเค้าก็จะดึงออกอย่างรวดเร็ว จะรู้สึกตึงๆนิดหน่อย แต่ไม่เจ็บเลยค่ะ โดยในการแว๊กซ์นี้ช่างก็จะค่อยๆแว๊กซ์ไปเรื่อยๆทีละจุด งานละเอียดมากค่ะ

พอแว๊กซ์เสร็จหมดแล้วก็จะเป็นการเก็บรายละเอียด โดยช่างจะค่อยๆใช้คีมถอนบนคิ้วเฉพาะจุดที่ยังออกไม่หมด เพื่อตบแต่งเก็บรายละเอียดอีกทีค่ะ

เราใช้บริการ aftercare ด้วย คือการมาก์สบริเวณที่แว๊กซ์เพื่อทำให้มีความชุ่มชื้นขึ้น จะได้ไม่เจ็บและไม่เคืองผิวมากหลังการแว๊กซ์ และพี่เค้ายังแถมทาครีมอโลเวร่าเย็นๆให้ด้วยค่ะ พอเสร็จหมดแล้วแทบจะไม่รู้สึกตึงหรือเคืองบริเวณที่แว๊กซ์เลย รอยแดงที่เกิดหลังการแว๊กซ์ก็จางหายภายในไม่ถึงสิบนาทีเลยค่ะ

หลังจากครบกระบวนการแล้วก็จะมีเขียนคิ้วให้ด้วยค่ะ แล้วพี่ช่างแต่งหน้าก็จะแนะนำการดูแลคิ้วหลังการแว๊กซ์ ซึ่งจริงๆก็ไม่ต้องดูแลอะไรเป็นพิเศษนะคะ แค่ต้องระวังนิดหน่อยภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังการแว๊กซ์ เช่น ไม่ควรไปอบไอร้อน อะไรพวกนี้ค่ะ นอกจากนี้ก็จะมีแนะนำวิธีการเขียนคิ้วในชีวิตประจำวัน ว่าวิธีที่ถูกต้องเป็นอย่างไร ลายคิ้วควรเป็นอย่างไร ควรเขียนคิ้วแบบไหน แล้วยังแนะนำไปถึงการแต่งหน้าอื่นๆทั่วไปด้วย ซึ่งอันนี้มีประโยชน์มากๆเลยค่ะ

สรุปโดยรวมเรารู้สึกโอเคกับร้านนี้มากๆเลยค่ะ โดยเฉพาะการเขียนคิ้วโดยดูจากโครงหน้าของเราก่อนทำให้เราว่าออกมาเป็นธรรมชาติดีค่ะ พอแว๊กซ์เสร็จแล้วพี่เค้าก็ให้คำแนะนำดี ทุกคนคุยดี เฟรนลี่ ทำให้รู้สึกเป็นกันเองตั้งแต่เข้าร้านมาจนรับบริการเสร็จเลยค่ะ